ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 คือ เงินชดเชยความเสียหายที่ผู้เสียหายในคดีอาญาสามารถเรียกร้องจากจำเลยได้โดยตรง ผ่านการยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญานั้น โดยไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีแพ่งแยกต่างหาก ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือ ผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ไม่ว่าจำนวนเงินที่เรียกร้องจะสูงเพียงใด และคดีแพ่งจะได้เสร็จสิ้นไปพร้อมกับคดีอาญาในคราวเดียว
ค่าสินไหมทดแทนที่เรียกได้ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดประโยชน์จากการทำงาน ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่าขาดไร้อุปการะ รวมถึงค่าเสียหายทางจิตใจ โดยสำนักงานทนายความชนะชัย เชียงใหม่ ให้บริการช่วยเหลือผู้เสียหายในการจัดทำคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 มาอย่างต่อเนื่อง
มาตรา 44/1 คืออะไร? ทำไมผู้เสียหายต้องรู้
มาตรา 44/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) คือ บทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้ผู้เสียหายในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้โดยตรง โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งแยกต่างหาก
กฎหมายข้อนี้ถูกเพิ่มเข้ามาโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2548 ด้วยเจตนารมณ์ที่จะช่วยเหลือผู้เสียหายให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วในการได้รับการเยียวยา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการดำเนินคดีแพ่งอีกคดีหนึ่ง
ก่อนมีมาตรา 44/1 ผู้เสียหายต้องทำอย่างไร?
ก่อนที่จะมีมาตรา 44/1 หากผู้เสียหายต้องการเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด ทางเลือกมีเพียง 2 ทาง คือ (1) อาศัยมาตรา 43 ซึ่งจำกัดเฉพาะคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินบางประเภท เช่น ลักทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก โดยอัยการเป็นคนเรียกแทน หรือ (2) ไปฟ้องเป็นคดีแพ่งแยกต่างหาก ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามทุนทรัพย์ เสียเวลา และเสียค่าทนายเพิ่ม
มาตรา 44/1 จึงเข้ามาเป็น ทางเลือกที่สาม ที่เปิดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนได้เองในคดีอาญาทุกประเภทที่อัยการเป็นโจทก์ ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ เสรีภาพ ชื่อเสียง และทรัพย์สิน
เรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 ได้ในคดีอะไรบ้าง?
ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 ได้ใน คดีอาญาทุกประเภท ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ไม่จำกัดเฉพาะคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินอย่างมาตรา 43 ตัวอย่างคดีที่พบบ่อย ได้แก่:
คดีทำร้ายร่างกาย — เรียกค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดรายได้ ค่าเจ็บปวดทนทุกข์
คดีประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต — เช่น อุบัติเหตุรถยนต์ เรียกค่ารักษา ค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ
คดีหมิ่นประมาท — เรียกค่าเสียหายต่อชื่อเสียง
คดีข่มขืนหรือกระทำอนาจาร — เรียกค่าเสียหายทางจิตใจ
คดีฆ่าคนตาย — ทายาทเรียกค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าเสียหายทางจิตใจ
คดีพรากผู้เยาว์ — ผู้ปกครองเรียกค่าเสียหายจากการถูกกระทบอำนาจปกครอง
คดีเกี่ยวกับทรัพย์ — เรียกค่าเสียหายส่วนที่เกินจากที่อัยการเรียกตามมาตรา 43 เช่น ดอกเบี้ย
สิ่งสำคัญ: หากผู้เสียหายเป็นคนฟ้องคดีอาญาเอง (ไม่ใช่อัยการฟ้อง) จะไม่สามารถยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 ได้ ต้องเป็นคดีที่ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ เท่านั้น แม้ผู้เสียหายจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมก็ยังยื่นได้
ค่าสินไหมทดแทนที่เรียกได้มีอะไรบ้าง?
ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 ที่ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องได้ มีทั้งความเสียหายที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน ดังนี้:
ค่าเสียหายที่เป็นตัวเงิน
ค่ารักษาพยาบาล — ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าห้อง ค่าเอกซเรย์ ค่ากายภาพบำบัด ทั้งที่จ่ายไปแล้วและที่ต้องจ่ายในอนาคต
ค่าขาดประโยชน์จากการทำงาน — รายได้ที่สูญเสียระหว่างพักรักษาตัว ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน — ค่าซ่อม ค่าชดใช้ราคาทรัพย์ที่เสียหาย
ค่าปลงศพ — กรณีผู้เสียหายเสียชีวิต รวมค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการจัดการงานศพ
ค่าขาดไร้อุปการะ — กรณีเสียชีวิต บุตร บิดามารดา คู่สมรสของผู้ตายมีสิทธิเรียก
ค่าเสียหายที่ไม่เป็นตัวเงิน
ค่าเสียหายต่อจิตใจ — ความเจ็บปวด ทนทุกข์ ทรมาน ความกลัว ความวิตกกังวล
ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง — กรณีถูกหมิ่นประมาทหรือถูกทำให้เสื่อมเสีย
ค่าเสียหายต่อเสรีภาพ — กรณีถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือถูกพรากจากผู้ปกครอง
ค่าเสียโฉม — กรณีมีแผลเป็นถาวรจากการถูกทำร้าย
เปรียบเทียบ: เรียกตามมาตรา 44/1 กับฟ้องเป็นคดีแพ่งแยกต่างหาก
หัวข้อ ยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 ฟ้องคดีแพ่งแยกต่างหาก ค่าธรรมเนียมศาล ไม่ต้องเสีย (ยกเว้นตาม ม.253) ต้องเสียตามทุนทรัพย์ (2.5%) ระยะเวลา พิจารณาไปพร้อมคดีอาญา ดำเนินคดีใหม่ อาจใช้เวลา 1-3 ปี ศาลที่พิจารณา ศาลเดียวกับคดีอาญา ศาลแพ่งหรือศาลจังหวัด เงื่อนไขสำคัญ ต้องเป็นคดีที่อัยการเป็นโจทก์ ยื่นก่อนสืบพยาน ยื่นได้ทุกกรณี ภายในอายุความ พยานหลักฐาน ใช้พยานชุดเดียวกับคดีอาญา ต้องนำสืบใหม่ ทนายความ ศาลตั้งให้ได้กรณีคนยากจน ต้องจ้างเอง ทุนทรัพย์ ไม่จำกัด แม้ศาลแขวงก็เรียกเกิน 300,000 บาทได้ จำกัดตามเขตอำนาจศาล
สรุป: การยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 ได้เปรียบชัดเจนในเรื่องความรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย และความสะดวก แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นคดีที่อัยการเป็นโจทก์ และต้องยื่นก่อนเริ่มสืบพยาน
ขั้นตอนการยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 มีอะไรบ้าง?
การยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 มี 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมหลักฐานความเสียหาย
ก่อนยื่นคำร้อง ผู้เสียหายต้องเตรียมเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงความเสียหายที่ได้รับ ได้แก่:
ใบรับรองแพทย์และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
หลักฐานรายได้ (สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน) กรณีเรียกค่าขาดรายได้
ใบเสร็จค่าซ่อมทรัพย์สินหรือใบประเมินราคา
ภาพถ่ายบาดแผลหรือทรัพย์สินที่เสียหาย
ใบมรณบัตร กรณีเรียกค่าปลงศพหรือค่าขาดไร้อุปการะ
หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ทางกฎหมาย (ทะเบียนสมรส สูติบัตร) กรณีบุคคลอื่นเรียกแทน
ขั้นตอนที่ 2: จัดทำคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน
คำร้องต้องระบุรายละเอียดตามสมควรเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนเงินที่เรียกร้อง โดยทั่วไปคำร้องจะประกอบด้วย:
ข้อ 1: อ้างถึงคดีอาญาและวันนัดสืบพยาน
ข้อ 2: ระบุว่าผู้ร้องเป็นผู้เสียหายโดยตรง แจกแจงรายการค่าเสียหายแต่ละรายการพร้อมจำนวนเงิน
ข้อ 3: คำขอท้ายคำร้อง ขอให้ศาลบังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย
เคล็ดลับ: ผู้เสียหายสามารถติดต่องานประชาสัมพันธ์ของศาลเพื่อขอความช่วยเหลือในการเขียนคำร้องได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือจะให้ทนายความช่วยจัดทำก็ได้
ขั้นตอนที่ 3: ยื่นคำร้องต่อศาล
ผู้เสียหายต้อง ยื่นคำร้องก่อนศาลเริ่มสืบพยาน ในกรณีที่ไม่มีการสืบพยาน (เช่น จำเลยให้การรับสารภาพ) ต้องยื่นก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี หากเลยกำหนดเวลานี้ จะไม่สามารถยื่นได้อีก
ขั้นตอนที่ 4: ศาลพิจารณาคดีส่วนแพ่งควบคู่กับคดีอาญา
เมื่อศาลรับคำร้องแล้ว คำร้องจะถือเป็นคำฟ้องในคดีแพ่ง และผู้เสียหายจะอยู่ในฐานะโจทก์ในคดีส่วนแพ่ง ศาลจะพิจารณาส่วนแพ่งไปพร้อมกับส่วนอาญา โดยใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 5: ศาลมีคำพิพากษา
ศาลจะพิพากษาทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งไปพร้อมกัน หากศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดในคดีอาญา ศาลจะพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามที่ผู้เสียหายร้องขอ โดยอาจกำหนดให้ตามที่ขอทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่เห็นสมควร
ถูกทำร้ายหรือเสียหายจากคดีอาญา?
ปรึกษาทนายเรื่องเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1
ติดต่อสำนักงานผ่าน LINE @chanachailaw
เงื่อนไขและข้อจำกัดที่ต้องระวัง
การยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 มีเงื่อนไขสำคัญหลายประการที่ผู้เสียหายต้องทราบ ดังนี้:
ต้องเป็นคดีที่อัยการเป็นโจทก์เท่านั้น — หากผู้เสียหายเป็นคนฟ้องเอง หรืออัยการเพียงเข้าเป็นโจทก์ร่วม (ตาม ม.31) จะใช้มาตรา 44/1 ไม่ได้
ต้องยื่นก่อนเริ่มสืบพยาน — เงื่อนเวลาสำคัญที่สุด หากศาลเริ่มสืบพยานแล้วถือว่าพ้นกำหนด คดีที่จำเลยรับสารภาพต้องยื่นก่อนศาลวินิจฉัย ซึ่งบางครั้งเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก
คำขอต้องไม่ขัดแย้งกับคำฟ้องของอัยการ — ผู้เสียหายจะเรียกค่าเสียหายจากการกระทำความผิดฐานอื่นนอกจากที่อัยการฟ้องไม่ได้
กรณีอัยการดำเนินการตามมาตรา 43 แล้ว — ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 เพื่อเรียกทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินอีกไม่ได้ แต่ยังเรียกค่าเสียหายอื่น เช่น ดอกเบี้ย ได้
หากผู้เสียหายมีส่วนร่วมทำให้เกิดความเสียหาย — ศาลอาจลดจำนวนค่าสินไหมทดแทนลงตามส่วนที่ผู้เสียหายมีส่วนผิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 223
ผู้เสียหายต้องมาศาลตามนัด — ทั้งนัดไกล่เกลี่ยและนัดสืบพยาน หากไม่มาอาจถูกถือว่าทิ้งคำร้อง
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่สำคัญเกี่ยวกับมาตรา 44/1
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาหลายฉบับได้วางหลักเกี่ยวกับมาตรา 44/1 ไว้ที่สำคัญ ได้แก่:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5400/2560 — ผู้เสียหายทางแพ่งยื่นได้แม้ไม่ใช่ผู้เสียหายทางอาญา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า "ผู้เสียหาย" ตามมาตรา 44/1 ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยในทางอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(4) เพียงแค่เป็นผู้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งก็ยื่นได้ แม้จะมีส่วนในการกระทำความผิดด้วย ศาลก็จะพิจารณาลดค่าเสียหายตามส่วนที่มีส่วนผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 223
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8878/2560 — คำร้องไม่ต้องมีรายละเอียดเหมือนคำฟ้อง
ศาลฎีกาตีความว่าคำร้องตามมาตรา 44/1 ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดเหมือนคำฟ้องแพ่งทุกประการ เพียงแสดงรายละเอียดตามสมควรเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนเงินก็เพียงพอแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10/2562 — สมัครใจทะเลาะวิวาทก็รับเงินบรรเทาผลร้ายได้
แม้ศาลจะพิพากษาว่าผู้เสียหายสมัครใจทะเลาะวิวาทจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย แต่หากจำเลยวางเงินเพื่อบรรเทาผลร้าย ผู้เสียหายก็ยังมีสิทธิรับเงินนั้นได้ เพราะเป็นเรื่องค่าสินไหมทดแทนในทางละเมิด ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับการเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา
📌 อ่านเพิ่มเติม: บริการคดีอาญา — สำนักงานทนายความชนะชัย | บริการคดีแพ่งและละเมิด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1
มาตรา 44/1 ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือไม่?
ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล เป็นสิทธิที่กฎหมายให้ไว้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 253 เว้นแต่ศาลเห็นว่าเรียกค่าสินไหมทดแทนสูงเกินสมควรหรือดำเนินคดีโดยไม่สุจริต
ยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 ได้ถึงเมื่อไหร่?
ต้องยื่นก่อนศาลเริ่มสืบพยาน กรณีจำเลยรับสารภาพ (ไม่มีการสืบพยาน) ต้องยื่นก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี หากพ้นกำหนดนี้จะยื่นไม่ได้
ถ้าฟ้องคดีเอง (ไม่ใช่อัยการฟ้อง) ใช้มาตรา 44/1 ได้ไหม?
ไม่ได้ มาตรา 44/1 ใช้ได้เฉพาะคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์เท่านั้น แต่ผู้เสียหายที่เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีที่อัยการฟ้อง ยังใช้มาตรา 44/1 ได้
ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 เรียกได้สูงสุดเท่าไหร่?
ไม่มีเพดานจำกัดจำนวนเงิน แม้เป็นคดีในเขตอำนาจศาลแขวง (ปกติพิจารณาคดีแพ่งไม่เกิน 300,000 บาท) ก็สามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนเกิน 300,000 บาทได้
ถ้าไม่มีเงินจ้างทนาย จะทำอย่างไร?
กรณีผู้เสียหายเป็นคนยากจนไม่สามารถจัดหาทนายความได้เอง ศาลมีอำนาจตั้งทนายความให้แก่ผู้เสียหาย นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังสามารถติดต่องานประชาสัมพันธ์ของศาลให้ช่วยเขียนคำร้องให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เคยยื่นตามมาตรา 44/1 แล้ว ฟ้องแพ่งซ้ำอีกได้ไหม?
หากศาลมีคำพิพากษาในส่วนของมาตรา 44/1 แล้ว จะฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในเรื่องเดียวกันอีกไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการฟ้องซ้ำ
สำนักงานทนายความชนะชัย เชียงใหม่ พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยจัดทำคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 อย่างครบถ้วน
แอดไลน์ @chanachailaw — ส่งข้อมูลให้สำนักงานตรวจเรื่อง
โทร: 081-716-5432
อีเมล: contact@chanachailaw.com
เขียนโดย: ทนายชนะชัย — ทนายความประจำสำนักงานทนายความชนะชัย เชียงใหม่ ผู้เชี่ยวชาญคดีอาญาและคดีแพ่ง
อัปเดตล่าสุด: มีนาคม 2569
⚠️ ข้อสงวนสิทธิ์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้นแก่ประชาชนทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ ผลลัพธ์ของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ควรปรึกษาทนายความเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับกรณีของท่าน
![ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 คืออะไร? เรียกได้อย่างไร ต้องเตรียมอะไรบ้าง [อัปเดต 2569]](https://firebasestorage.googleapis.com/v0/b/chanachailaw-266ae.firebasestorage.app/o/blog-images%2F1777175982218-ChatGPT_Image_Apr_26__2026__10_59_36_AM.png?alt=media&token=4f241d10-0b71-4656-864f-8e0dca02ade8)